ค้นหา

อาหารเสริมไมเกรน

 อาหารเสริมไมเกรน
ประสบการณ์ผู้ใช้
งานวิจัย APCO จากศูนย์วิจัยมังคุดไทย



คุณ บังอร พรรค์พิทักษ์ มีปัญหาไมเกรน"ตั้งแต่ปี 56 ปวดหัวไมเกรนบ่อยมาก คงเกิดจากความเครียด การทำงานกะกลางคืนและอากาศร้อน หลังเลิกงานกลับมาก็นอนไม่หลับ ทำให้ผักผ่อนไม่เพียงพอ อาการเริ่มจากปวดที่หัวคิ้วซ้ายปวดจี๊ดเหมือนมีอะไรแทงเข้ามา ปวดเบ้าตาและเจ็บลูกตามากจนลืมตาไม่ขึ้น ต่อมาพะอืดพะอม คลื่นไส้ต้องเข้าไปอาเจียน ทำอะไรไม่ได้เหมือนบ้านหมุนต้องเข้าไปนอนพักที่ห้องพยาบาล มีอยู่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมากปวดทั้งวันทั้งคืน นอนไม่หลับ ตื่นเช้ามากระดิก กระเดี้ยไม่ได้นอนคอแข็ง ปวดจนก้มศรีษะไม่ได้ต้องให้แฟนพาไปฉีดยาที่ ร.พ. และทานยาไมเกรนเป็นประจำ

หลังจากรู้จักงานวิจัย APCO
ก็เริ่มดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุล เมื่อเดือน ธ.ค. 56 อยู่ 1 เดือน ไม่รู้สึกมึนหัว ไม่เวียนศรีษะ รู้สึกโล่งขึ้น
หลับง่าย ใจสบาย ไม่อ่อนเพลีย ต่อมาไม่ต้องทานยาไมเกรน ทุกวันนี้ดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุลมา 1 ปีแล้วคะ"


คุณประไพศรี รู้ทัน มีปัญหาไมเกรน ภูมิแพ้ เป็นไมเกรนมานานมาก เพราะเครียดเรื่องครอบครัว หรือถ้าเจออากาศร้อน แดดร้อนจะเริ่มร้อนผ่าวที่ลูกตาทั้งสองข้าง แล้วจะปวดศีรษะครึ่งซีก คลื่นไส้อาเจียน บางครั้งไมเกรนยังทำให้ความดันโลหิตขึ้นสูงจนเกือบเส้นเลือดแตกมาแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นภูมิแพ้มานาน ตื่นตอนเช้าหรือทำความสะอาดปัดฝุ่น จะจาม ถ้าจามหลายๆ ครั้งจะมีน้ำมูกไหล แน่นจมูก

หลังจากรู้จักงานวิจัย APCO
ก็เริ่มดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุล เริ่มดีขึ้นทนแดดทนร้อนได้ ความดันโลหิตกลับมาปกติ โดนฝุ่นก็ไม่จาม ตื่นเช้าน้ำมูกก็ไม่ไหล แถมถ้านอนดึกตื่นเช้าก็ไม่เพลีย ตอนนี้ดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุลทุกวันค่ะ


คุณพัชรา สุกใส มีปัญหาไมเกรน เป็นไมเกรน 10 ปี มักกำเริบถ้านอนดึก อากาศร้อน เครียด หรือช่วงที่มีประจำเดือน เริ่มจากปวดทั้งศีรษะปวดจี๊ดขึ้นมา และรู้สึกเหมือนมีเส้นอะไรในศีรษะโป่งพองขยายตัว ปวดขมับ ปวดต้นคอ เคยปวดจนอาเจียน ต้องรีบทานยา และนอนพัก ตื่นเช้าก็ไม่สดชื่นรู้สึกเบรอๆ ทำให้ต้องทานยาป้องกันทุกวันเช้า-เย็น และตั้งแต่ 3 ปีก่อนมีความรู้สึกเพลีย เช้าตื่นมาก็เพลียเหมือนนอนไม่เต็มอิ่มทั้งที่ๆนอนเยอะ พอตกเย็นหลังเลิกงานอยากจะเข้านอน ไม่มีกะจิตกะใจทำงานที่เอากลับมาบ้าน อารมณ์แรงโกรธง่าย และช่วง 3 ปีนี้น้ำหนักตัวพุ่งขึ้น 13 ก.ก. ผลตรวจเป็นไฮโปไทรอยด์ และตอนเช้ารู้สึกขาตึงตรงข้อพับ เดินไม่ค่อยไหวรู้สึกเจ็บ

หลังจากรู้จักงานวิจัย APCO
ก็เริ่มดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุลเมื่อวันที่ 1 ต.ค.57พอย่างเข้าเดือนที่ 2 ไม่ปวดหัวไมเกรนไม่ต้องทานยา ตื่นเช้ามาสดชื่นไม่เพลีย รู้สึกการเผาผลาญดีขึ้น เพราะน้ำหนักตัวลดลง 3 ก.ก.ภายในเดือนเดียว อารมณ์ร้อนน้อยลง เดินขึ้นลงบันไดสบายขาเข่าไม่ตึงไม่เจ็บ และกล้าขึ้นรถเมล์ค่ะ"


คุณศศิมาวรรณ์ เวชศิลป์ มีปัญหาไมเกรน มือเท้าชา และออฟฟิค ซินโดรม
ทำงานหามรุ่งหามค่ำ และเครียดจนนอนไม่หลับ ส่งผลให้เป็นไมเกรนมา 2 ปี กำเริบเดือนละ 2-3 ครั้ง รู้สึกปวดจี๊ดตรงขมับซ้าย ท้ายทอย และเบ้าตาจนตาพร่ามัวมึนงง พะอีดพระอม บางครั้งปวดทั้งกระโหลกศรีษะ จนนอนไม่ได้ ตื่นเช้ามาลุกไม่ไหว เคยปวดไมเกรนมาก 2-3 วัน จนมีไข้ขึ้นสูง ต่อมาหลังจากตื่นนอนรู้สึก มือขวาตั้งแต่ข้อศอกไปถึงนิ้วมือและเท้าขวาก็ชาตั้งแต่หัวเข่าไปถึงนิ้วเท้า หรือในบางครั้งก็เป็นตระคริว ถ้าช่วงไหนนั่งทำงานนาน ๆ รูสึกกล้ามเนื้อแข็ง และตึงตรงคอ บ่า ไหล่ ลงไปถึงขา คงจะเป็นอาการของออฟฟิคซินโดรม และในช่วง 4-5 ปี มานี้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 15 กก. ทำให้รู้สึกเจ็บตรงข้อเท้า หัวเข่า ทั้ง 2 ข้าง ตอนเดินขึ้นสะพานลอยและตอนที่เดินมาก ๆ อีกทั้งเดิน ๆ อยู่ขามักจะพลิก
บ่อย ๆ  
หลังจากรู้จักงานวิจัย APCO
ก็เริ่มดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุล เมื่อเดืนอ กย.-ตค.57 วันรุ่งขึ้นรู้สึกไม่คค่อยเพลีย ภายใน 3 วัน ไม่ปวดศรีษะ ไม่เจ็บเบ้าตา และตาไม่พร่ามัว พอ 7 วัน ความรุ้สึกมือเท้าชาลดลง ครบ 15 วัน ลืมเรืองเจ็บข้อเท้า และหัวเข่า ทุกวันนี้ดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุล  9 เดือน ไมเกรนไม่กลับมา เดินไม่เจ็บข้อเท้า และไม่ปวด ไม่ตึงตามเนื้อตามตัว แต่วันไหนนอนดึกมาก ๆ ยังรู้สึกชามือเท้าอยู่บ้าง นอกจากปัญหาอาหารเป็นพิษที่ทำให้ทส้องเสีย และกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เคยเป็นบ่อย ก็ไม่มีค่ะ


คุณสมบัติ จันทร์เห็ม
ผู้มีปัญหาไมเกรน ปวดประจำเดือน และเอ็นข้อมืออักเสบ
ปวดไมเกรนตั้งแต่เป็นวัยรุ่นเดือน ละ 1-2 ครั้ง รู้สึกปวดจี๊ดในศีรษะไล่ลงมาที่ท้ายทอย หันศีรษะซ้ายขวาไม่ได้เพราะจะอาเจียน และรู้สึกเหมือนเต้นตึ้บ ๆ ในศีรษะ หนักศีรษะข้างหนึ่งเบาข้างหนึ่ง บางทีรู้สึกตื้อ ๆ ทั้งวันจนอาเจียน บางครั้งก่อนไมเกรนกำเริบจะมีอาการนำมาก่อน เช่น ตาลายเห็นแสงวิบแว๊บเหมือนมีแสงหิ่งห้อยลอยอยู่ หรือเห็นเป็นอากาศสลัวครึ้มฟ้าครึ้มฝน อีก 15 นาทีต่อมาไมเกรนจึงกำเริบ และทุกเดือนปวดประจำเดือนมาก และเอ็นอักเสบที่ข้อมือขวามา 2 ปี เกร็งมือรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนมีอะไรทิ่มเข้าหัวใจ ผูกผมลำบาก เพราะนิ้วโป้งงอไม่ลง และต้องใส่เฝือกพยุงนิ้วโป้งไว้ 

หลังจากรู้จักงานวิจัย APCO
ก็เริ่มดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุล เมื่อ 4 ก.พ.56 อยู่ 2 วัน สังเกตว่าปวดประจำเดือนน้อยลง ครบ 15 วันตายังเห็นแสงวิบแว็บอยู่บ้างแต่ไม่ปวดศีรษะหลังจากไมเกรน และปวดประจำเดือนดีขึ้น จึงหันมาดูแลเอ็นอักเสบที่ข้อมือขวาแทน รู้สึกตัวอีกทีผูกผม อุ้มเด็ก ยกถังได้ นอกจากนี้งอขานั่งขัดสมาธิได้ และอาการเจ็บที่เอ็นร้อยหวายก็ไม่เป็นแล้ว ทุกวันนี้ดูแลภูมิคุ้มกันที่สมดุลมา 1ปี ไมเกรนไม่กำเริบ และปวดประจำเดือนเหลือนิดเดียวค่ะ